เครื่องมือที่ใช้ในการตรวจสอบอัญมณี ตอนที่ 1

เครื่องมือที่ใช้ในการตรวจวิเคราะห์อัญมณีนั้น มีสิ่งที่ต้องพิจารณาเป็นสำคัญ คือ จะต้องไม่ทำให้อัญมณีที่ทำการตรวจสอบเกิดการชำรุดเสียหาย เครื่องมือที่ใช้ในการตรวจวิเคราะห์อัญมณี สามารถแบ่งได้ตามการวิเคราะห์สมบัติต่างๆ ของอัญมณี เช่น เครื่องทอตรวจวิเคราะห์โดยใช้สมบัติทางกายภาพ สมบัติทางแสง และการตรวจสอบโดยใช้กำลังขยาย เพื่อสังเกตลักษณะทั่วไปของอัญมณีตลอดจนมลทินภายใน และตำหนิภายนอก เป็นต้น

เครื่องประดับ

เครื่องประดับ

 

เครื่องมือตรวจสอบอัญมณีโดยใช้กำลังขยาย(Optical Magnification)

เครื่องมือตรวจสอบอัญมณีโดยใช้กำลังขยาย เป็นเครื่องมือที่ใช้สังเกตลักษณะทางกายภาพเบื้องต้นของอัญมณี ตั้งแต่ลักษณะภายนอก การเจียระไน ตลอดจนมลทินภายในของอัญมณี ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ ได้แก่

1. แว่นขยายกำลังขยาย 10 เท่า(10X Loupe)

แว่นขยาย(Loupe) เป็นเครื่องมือพื้นฐานในการตรวจสอบอัญมณีที่เป็นที่นิยมใช้กันโดยทั่วไป เพราะมีขนาดเล็กสะดวกในการพกพา สามารถใช้ตรวจสอบลักษณะเบื้องต้นของพลอยทั้งเม็ด เช่นรอยขีดข่วน, รอยแตก หรือบิ่น ความสมมาตรของเหลี่ยมเจียระไน สังเกตรอยแตก(Fracture) หรือแนวแตกเรียบ(Cleavege) รวมไปถึงมลทินภายในพลอย เช่น มลทินผลึกแร่ โครงสร้างการเติบโตของผลึก ฟองอากาศ ซึ่งช่วยในการแบ่งแยกอัญมณีธรรมชาติกับอัญมณีที่มนุษย์ทำขึ้น นอกจากนั้นยังอาจสามารถบ่งบอกการปรับปรุงคุณภาพของอัญมณีได้อีกด้วย

แว่นขยายที่ใช้เป็นมาตรฐานในการตรวจสอบอัญมณี จะมีกำลังขยาย 10 เท่า(10X) นั่นคือ สามารถสังเกตเห็นภาพได้ใหญ่กว่าขนาดวัตถุจริง 10 เท่า แว่นขยายที่เหมาะสมสำหรับใช้ตรวจวิเคราะห์อัญมณีนั้นเป็นแบบ Triplet Lens ประกอบด้วยเลนส์จำนวน 3 ชิ้น คือ Flint Glass(แก้วที่มีตะกั่วผสมอยู่ เพื่อเพิ่มค่าดัชนีหักเหของแก้วให้สูงขึ้น) จำนวน 2 ชิ้น ด้านข้าง และส่วนกลางเป็น Crown Glass(แก้วที่ไม่มีตะกั่วผสมอยู่) 1 ชิ้น สามารถแก้ไขข้อบอพร่องในเรื่องสีที่ผิดปกติ (Color – Fringe effect or Chromatic Aberration และข้อบกพร่องในการเห็นภาพที่บิดเบี้ยวไปตามรูปทรงเลนส์ (Spherical Aberration) ได้เป็นอย่างดี

ขั้นตอนการใช้แว่นขยาย 10 เท่า มีดังนี้คือ

1. เช็ดอัญมณีให้สะอาดก่อนส่องด้วยแว่นขยายทุกครั้ง

2. จับแว่นขยายให้อยู่ห่างจากตาประมาณ 1 นิ้ว ลืมตาทั้งสองข้างขณะดูจะช่วยให้ดูได้นานไม่ปวดตา และเพื่อให้มือที่จับแว่นขยายอยู่นั้นไม่สั่น ควรจัดให้มืออยู่ชิดติดกับใบหน้ามากที่สุด

3. จับอัญมณีด้วยคีมคีบอัญมณี แล้วนำมาส่องดูโดยให้ระยะจากอัญมณี ถึงแว่นขยายประมาณ 1 นิ้ว และเพื่อให้มือที่จับคีมนั้นไม่สั่น ควรจัดให้มือที่จับอัญมณีนี้สัมผัสกับมือที่จับแว่นขยาย

4. จัดให้แสงส่องเข้ามาทางด้านข้างพลอยโดยมีพื้นฉากสีดำจะช่วยให้มองเห็นมลทินภายในได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

5. ส่องดูลักษณะจากผิวภายนอกของอัญมณีก่อนแล้วจึงโฟกัสลึกลงไปเพื่อสังเกตลักษณะต่างๆ ที่มีภายในอัญมณี

2. กล้องจุลทรรศน์อัญมณี(Gem Microscope)

กล้องจุลทรรศน์อัญมณี เป็นเครื่องมือสำหรับตรวจวิเคราะห์อัญมณีขั้นพื้นฐานที่มีประโยชน์มากเช่นเดียวกับแว่นขยาย แต่ข้อดีที่สำคัญคือสามารถปรับกำลังขยายได้ตั้งแต่ 10-70 เท่า จึงเห็นทั้งลักษณะทางกายภาพภายในและภายนอกของอัญมณีได้ชัดเจนกว่าแว่นขยาย 10 เท่า

กล้องจุลทรรศน์อัญมณี เป็นกล้องจุลทรรศน์ 2 ตา(Binocular) ซึ่งประกอบด้วยเลนส์ 2 ส่วน คือ เลนส์วัตถุ(Objective) และเลนส์ตา(Eyapieces) ภาพที่เห็นจะเป็นภาพ 3 มิติ แสดงภาพตรงตามตำแหน่งของวัตถุจริง คือ หากมีมลทินภายในทางด้านขวาของอัญมณี เราก็จะเห็นภาพมลทินทางด้านขวาเช่นกัน ซึ่งต่างจากกล้องจุลทรรศน์แบบตาเดียว(Monocular) เนื่องจากภาพที่ได้จะกลับด้านจากความเป็นจริง

วิธีการใช้กล้องจุลทรรศน์อัญมณี

1. เช็ดอัญมณีให้สะอาดก่อนส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์ทุกครั้ง

2. ส่องดูอัญมณีโดยใช้กำลังขยายที่ต่ำที่สุดก่อนเสมอ สังเกตลักาณะต่างๆภายใต้กล้อง

3. ปรับกำลังขยายเพิ่มขึ้นเพื่อสังเกตมลทินภายในที่มีขนาดเล็ก

4. ทดลองเปลี่ยนระบบไฟฟ้าที่จะช่วยให้มองเห็นมลทินแต่ละชนิดได้ดียิ่งขึ้น

 

 

 

ที่มา : เนื้อหาดังกล่าวนี้ คัดลอกจากตำราเรียน The Gem and Jewelry Institute of Thailand Volume 1 : Gem and Jewelry Business Diploma Programme

CR ภาพ : www.finejewelthai.com

 

spacer

Leave a reply